โมลด์พลาสติก หรือแม่พิมพ์พลาสติก เป็นสิ่งสำคัญในการขึ้นรูปพลาสติกทุกรูปแบบ และเพื่อให้คุณได้โมลด์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากที่สุด วันนี้เรามีวิธีการสังเกตโมลด์คุณภาพดี และวิธีการเลือกชนิดของแม่พิมพ์ให้เหมาะกับสินค้าที่ต้องการผลิตมาฝากกัน

โมลด์คืออะไร ?

โมลด์ (Mold) หรือที่ในภาษาไทยเรียกว่าแม่พิมพ์ หรือแบบพิมพ์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้เป็นรูปร่างตามที่ต้องการ โดยแม่พิมพ์นั้นมักสร้างจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน เช่น เหล็ก เหล็กหล่อ หรืออะลูมิเนียม เป็นต้น และสามารถใช้ขึ้นรูปได้ทั้งชิ้นส่วนพลาสติก ชิ้นส่วนโลหะ และชิ้นส่วนเซรามิก ขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะของโมลด์ โดยการออกแบบและผลิตโมลด์ให้มีคุณภาพนั้นสำคัญมาก เพราะจะส่งผลต่อชิ้นงานที่ได้โดยตรง

ลักษณะของโมลด์ที่ดีต้องมีความแข็งแรง และผลิตชิ้นงานได้แม่นยำ

โมลด์ที่ดีเป็นอย่างไร ?

แม่พิมพ์หรือโมลด์ที่ดีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

  •   แข็งแรง ทนทาน

ความแข็งแรงและทนทานของแม่พิมพ์ จะช่วยให้สามารถทนต่อแรงดันและความร้อนในการขึ้นรูปพลาสติกได้ และทำให้ใช้งานได้ยาวนาน

  •   พิมพ์พลาสติกได้มีรูปร่างแม่นยำ

ความแม่นยำในการขึ้นรูปพลาสติกของแม่พิมพ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยแม่พิมพ์ที่ดีควรจะพิมพ์ชิ้นส่วนให้มีรูปร่างและขนาดตรงตามต้องการได้ รวมถึงควรมีส่วนเกิน หรืออัตราการแหว่ง หรือบุบของพลาสติกน้อยที่สุด

  •   ช่วยให้ผลิตชิ้นงานได้รวดเร็ว

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ดีของแม่พิมพ์ก็คือ การช่วยให้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของธุรกิจต่าง ๆ โดยควรผลิตชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ต่อได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบาย ไม่ต้องแก้ หรือตัดแต่งมากเกินความจำเป็น

  •   พื้นผิวเรียบเนียน

พื้นผิวที่เรียบเนียนของพิมพ์จะช่วยให้ชิ้นส่วนที่ได้นั้นมีความเรียบเนียนด้วยเช่นกัน ทำให้ชิ้นงานมีความสวยงาม และช่วยป้องกันรอยขีดข่วน และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจริงได้

  •   ทนร้อน ทนสารได้ดี

อีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยประเมินว่าแม่พิมพ์นั้น ๆ มีคุณภาพดีจริงไหมก็คือ ความสามารถในการทนร้อน และทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมีที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูงได้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ และอื่น ๆ

ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกใช้โมลด์แบบต่าง ๆ

  •   รูปร่าง 

ก่อนเลือกใช้แม่พิมพ์ใด ๆ ก็ตาม ควรต้องคำนึงถึงรูปร่างของโมลด์ และชิ้นงานที่ผลิตได้เป็นสำคัญ โดยควรเลือกให้เหมาะกับระดับความซับซ้อน และละเอียดของแม่พิมพ์นั่นเอง

  •   ขนาด 

ขนาดของชิ้นงานที่ต้องการผลิตก็เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเช่นกัน เพราะชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ หรือมีน้ำหนักมาก ก็จำเป็นต้องใช้แม่พิมพ์ที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงด้วยเช่นกัน เพื่อให้ผลิตชิ้นงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

  •   คุณสมบัติ

คุณสมบัติของโมลด์แบบต่าง ๆ จะเหมาะกับชิ้นงานที่แตกต่างกันไป และควรเลือกใช้แม่พิมพ์ที่มีความแข็งแรง ทนทาน และคุณสมบัติในการทนต่ออุณหภูมิ เพื่อให้เหมาะกับรูปร่าง วัสดุ วิธีการขึ้นรูปนั่นเอง

  •   ปริมาณ

ปริมาณการผลิตชิ้นงานก็ถือเป็นอีกสิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนเลือกใช้แม่พิมพ์ต่าง ๆ โดยหากต้องการผลิตชิ้นส่วนจำนวนมากในคราวเดียว ก็ควรเลือกใช้แม่พิมพ์ที่มีหลายช่องนั่นเอง

  •   ต้นทุน 

แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่ธุรกิจต่าง ๆ จะมองข้ามไม่ได้เลยก่อนเลือกใช้แม่พิมพ์แบบต่าง ๆ ก็คือ ต้นทุนในการผลิตนั่นเอง โดยควรเลือกแม่พิมพ์ที่เหมาะสมกับการผลิตชิ้นงาน สร้างชิ้นงานคุณภาพดีได้ แต่ยังให้ความคุ้มค่าในแง่ของต้นทุนการผลิตได้มากที่สุด

 

ชนิดของโมลด์ และการเลือกใช้ให้เหมาะสมในการผลิตชิ้นงานแต่ละแบบ

เมื่อรู้จักแล้วว่าโมลด์คืออะไร โมลด์ที่ดีเป็นอย่างไร และควรคำนึงถึงปัจจัยใดบ้างก่อนเลือกใช้แม่พิมพ์ สิ่งต่อไปที่ควรรู้จักก็คือคุณสมบัติ และการใช้งานโมลด์แต่ละชนิดต่อไปนี้ 

ชนิดของโมลด์ และการเลือกใช้ให้เหมาะสมในการผลิตชิ้นงานแต่ละแบบ

แม่พิมพ์แบบธรรมดา (Straight Pull)

แม่พิมพ์แบบธรรมดา เป็นแม่พิมพ์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป ประกอบด้วยแม่พิมพ์ที่ประกบเข้าหากัน เหมาะสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีรูปร่างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน

แม่พิมพ์แบบหลายช่อง (Multi-Cavity)

แม่พิมพ์แบบหลายช่องมีช่องแม่พิมพ์มากกว่าหนึ่งช่อง เหมาะสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ในปริมาณมากในการขึ้นรูปครั้งเดียว

แม่พิมพ์แบบมีระบบระบายความร้อน (Cooling System)

แม่พิมพ์ชนิดนี้จะมีระบบระบายความร้อนในตัว ทำให้พลาสติกเย็นตัวลงเร็วขึ้น จึงเหมาะสำหรับการผลิตชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ หรือมีน้ำหนักมาก

แม่พิมพ์แบบมีระบบปลดชิ้นงานอัตโนมัติ (Ejection System)

แม่พิมพ์แบบมีระบบปลดชิ้นงานอัตโนมัติจะช่วยเสริมความสะดวก รวดเร็วในการทำงานได้  และเหมาะสำหรับการผลิตชิ้นงานที่มีรูปร่างซับซ้อน หรือมีรายละเอียดมาก

แม่พิมพ์แบบมีระบบฉีดพลาสติกแบบหมุน (Rotating Injection Mould)

แม่พิมพ์แบบมีระบบฉีดพลาสติกแบบหมุนเหมาะสำหรับการผลิตชิ้นงานขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างกลม หรือทรงกระบอกอย่างถังเก็บน้ำ ถังขยะ และอื่น ๆ

แม่พิมพ์แบบมีระบบฉีดพลาสติกแบบเป่า (Blow Mould)

แม่พิมพ์แบบมีระบบฉีดพลาสติกแบบเป่านิยมใช้ในการผลิตภาชนะกลวงอย่างลูกบอล หรือของเล่นพลาสติก โดยจะทำการฉีดพลาสติกหลอมเหลวเข้าไปในแม่พิมพ์แล้วใช้ลมเป่าให้เกิดรูปร่างตามแม่พิมพ์

แม่พิมพ์แบบมีระบบหล่อพลาสติก (Casting Mould)

แม่พิมพ์แบบมีระบบหล่อพลาสติก เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นงานจากพลาสติกผง โดยพลาสติกผงจะถูกกดอัดภายใต้ความดันสูงในแม่พิมพ์จนได้ออกมาเป็นชิ้นงาน

มองหาโมลด์พลาสติกชั้นดี เลือกใช้บริการโรงงานผลิตโมลด์หรือแม่พิมพ์พลาสติกที่เชี่ยวชาญ Molder Enterprise รับรองแม่พิมพ์ได้มาตรฐาน ขึ้นรูปพลาสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของธุรกิจต่าง ๆ แน่นอน เราพร้อมผลิตโมลด์คุณภาพสูงให้ธุรกิจทุกรูปแบบ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 034-476-173